วันเสาร์, 25 มิถุนายน 2565

หลวงพ่อสุดวัดกาหลง เกจิเจ้าของตำหรับ ยันต์ตะกร้อ สุดขลังหนังเหนียว

พระครูสมุทรธรรมสุนทร  (หลวงพ่อสุด  สิริธโร)

อดีต..เจ้าอาวาสวัดกาหลง  อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรสาคร

“เจ้าของยันต์ตะกร้อ อำนาจพุทธคุณคงกระพันชาตรี”

                เมื่อกล่าวถึงหลวงพ่อสุด สิริธโร ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง คนทั่วไปจะโยงท่านให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับจอมโจรตี๋ใหญ่ ที่เป็นเช่นนี้คงต้องการแสดงว่า การที่ตี๋ใหญ่เป็นอมตะจอมโจร มีความเป็นเลิศทางด้านคงกระพันชาตรีและยังเชื่อกันอีกด้วยว่าหายตัวได้นั้น ทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนเป็นเพราะ ตี๋ใหญ่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสุดนั่นเอง

                ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อสุดนั้น ยังมี พ่อค้า – นายธนาคาร – นักธุรกิจดังระดับประเทศ – นายตำรวจ และนักการเมืองที่มีชื่อเสียง เท่ากับว่าชนทุกระดับชั้น ล้วนเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสุดแทบทั้งสิ้น แต่เรื่องที่จะต้องนำมากล่าวถึงในที่นี้ แน่นอนคงจะต้องยอมรับความจริงวิชาอาคมของหลวงพ่อสุดนั้นส่วนใหญ่แล้วเน้นไปในทาง  “ คงกระพันชาตรี ” ทั้งสิ้นส่วนเรื่องของ  “ เมตตามหานิยม ”        เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้ว วัตถุมงคลของทุกคณาจารย์ต้องมีกันอยู่แล้ว

                อัตโนประวัติหลวงพ่อคูณ

                หลวงพ่อสุดท่านเป็นชาว พนมไพรจังหวัดร้อยเอ็ด ครัวครอบทำอาชีพชาวนา บิดาชื่อคุณพ่อมากส่วนมารดาชื่อคุณแม่อ่อนศรี ท่านเกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 2445 ตรงกับ วันพุธขึ้น 1 ค่ำเดือน 6 ปีขาล             ณ   บ้านค้อใหญ่   ตำบลคำไฮ  อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด  ในสมัยแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ท่านมีพี่น้อง 3 คน

                เมื่อท่านมีอายุ 16 ปีหลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณร  เมื่อวันที่ 16 เมษายนพ.ศ 2461 ที่วัดกลางพนมไพร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด จากบวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อได้เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดมุ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรม จากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่าหลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลงนี่เอง ทั้งนี้ เพราะในพ.ศ 2481 ขณะท่านอายุได้ 36 ปีท่านสอบได้นักธรรมชั้นเอกสำนักเรียนวัดกาหลง

ยันต์ตะกร้อ.. เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้น หลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอมเขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า “ จะกระสุนก็ดี    จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง  และกระดูกได้ ”  ยันตระกร้อยังเป็นที่กล่าวขาน  และเป็นที่นิยมกันเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะชาวจังหวัดสมุทรสาคร

                พระอาจารย์ของหลวงพ่อสุด

หลวงปู่เม้า วัดกลางอุดมเวทย์  อำเภอพนมไพร  จังหวัดร้อยเอ็ด

หลวงพ่อรุ่ง  วัดท่ากระบือ  อำเภอเมือง  จังหวัดสมุทรสาคร

หลวงพ่อคง  วัดบางกะพ้อม (  เป็นพระที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก )  เป็นต้น

ในสมัยที่หลวงพ่อสุดนั้นยังมีสังขารอยู่  ท่านได้ร่วมกิจนิมนต์หลายพิธีไม่ต่ำกว่า 100 ครั้งหรือมากกว่า  เช่น  พิธีปลุกเสกพระพุทธ 25 ศตวรรษ  และในทางหนึ่งท่าน คือ ผู้เมตตา  ให้ของขลังแก่ตี๋ใหญ่จอมโจรชื่อดังในช่วงปีพ.ศ 2521 ถึง 2524

                 หลวงพ่อสุดท่าน  เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย  รักสันโดษ มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย       ยึดพรหมวิหารและสังคหวัตถุธรรมเป็นหลักปฏิบัติ ได้บำเพ็ญศาสนกิจอันเป็นหิตานุหิตประโยชน์           เพื่อความเจริญรุ่งเรือง  เพื่อความวัฒนาสถาพรแก่พระพุทธศาสนา  และพวงชนอย่างแท้จริงพ. ศ. 2521      ได้อาพาธด้วยโรคโพรงจมูกอักเสบ  และเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร        

 หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว  ได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจตามปกตินั้น ถึง วันอาทิตย์ที่            14 สิงหาคม  พ.ศ. 2526 ตรงกับขึ้น 6 ค่ำเดือน 9 ปีกุนเวลา 13.15 น  หลวงพ่อสุดสิริธโร  ก็ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ  สิริรวมอายุได้ 81 ปี 3 เดือน 8 วัน ยังมาซึ่งความเศร้าโศกและอาลัยรักของบรรดาศิษยานุศิษย์และผู้ใกล้ชิดทั้งใกล้และไกลเป็นอย่างยิ่ง

 พระราชทานเพลิงศพ

ในการเผาศพหลวงพ่อสุดมีปรากฏการณ์อัศจรรย์  คือ  ศพของท่านโดนไฟเผาไหม้ไม่หมดแม้ว่าร่างจะเป็นเนื้อหนังกระดูกเขาหมดแล้ว  พระศิษย์เอกของหลวงพ่อสุดรูปหนึ่ง  ท่านเล่าว่าก่อนหน้าที่จะเผาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา  อาตมาฝันเห็นหลวงพ่อสุดมาบอกว่า  ไม่มีใครเผาท่านได้  นอกจากตัวท่านเองอาตมาเลยถามกลับไปว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร  ท่านบอกให้จัดดอกไม้จันทน์มาบายศรีขอขมาไว้  และให้อาตมาเป็นคนจุดไฟเผา  โดยให้อาตมาจับมือท่านเผาร่างท่านเอง  อาตมาก็นำเรื่องความฝันไปเล่าให้ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดฟัง

ต่อมา  ในวันพระราชทานเพลิงศพ ช่วงพิธีเผาจริง เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร  ท่านมาเป็นประธานจุดไฟ  ปรากฏว่า เกิดเหตุประหลาดขึ้น เมื่อไฟที่จุดกับดอกไม้จันทร์ดับลงเฉยๆ  ต้องวางเอาไว้อย่างนั้นอาตมาเห็นจึงเข้าไปจุดไฟเผาตามที่ฝันเอาไว้  ปกติแล้วโดยทั่วไปใช้เวลาเผาประมาณ 2 ชั่วโมงก็หมด         แต่นี่เวลาเขาท่านก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงระดับไฟร้อนมากประมาณ 300 องศา  ขณะที่เผาก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกลับร่างท่านแต่เมื่อได้เวลาราไฟ  ปรากฏว่ายังเห็นร่างของท่าน  ยังอยู่เป็นโครงกระดูกทั้งโครงทั้งที่เผามานาน

ปัจจุบันทางวัดกาหลง  ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูกของหลวงพ่อสุด  บรรจุไว้ในโลงแก้ว  สร้างให้ประชาชนไปกราบนมัสการอยู่ที่ชั้น 2 ของศาลาการเปรียญภายในวัด  ซึ่งทุกวันจะมีประชาชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสแวะเวียนไปกราบสรีระร่างของท่านไม่ขาดสาย